บ้านสไตล์ญี่ปุ่น น่ารักๆ แรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติ

บ้านสไตล์ญี่ปุ่น น่ารักๆ บ้านสไตล์ญี่ปุ่นกำลัง เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นั่นก็เพราะญี่ปุ่น มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศิลปวัฒนธรรม เทคโนโลยี อาหารการกิน การดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกาย การใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมไปถึงการให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพมาตรฐานบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ก็เช่นเดียวกัน เป็นการออกแบบที่มุ่งเน้นความสวยงามกลมกลืนกับธรรมชาติ ผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบบ้านสไตล์ญี่ปุ่นยังให้ความ สำคัญเรื่องความคุ้มค่าใน การใช้งานทุกพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

แต่ในขณะเดียวกัน บ้านสไตล์ญี่ปุ่น ก็ให้ความสำคัญกับอารมณ์ และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยเป็นลำดับแรก ทำให้บ้านลักษณะ นี้มีบรรยากาศแห่งความอบอุ่น เป็นมิตรกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม คนญี่ปุ่นเชื่อกัน ว่าสังคมคุณภาพเริ่มจากที่บ้านและครอบครัว บ้านสไตล์ญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่น โบราณ บ้านสไตล์ญี่ปุ่น 2 ชั้น จึงได้รับความสนใจ ทั้งการออกแบบ และการตกแต่ง ที่ลงตัวกับการใช้ชีวิต อีกทั้งดีไซน์ และความเรียบง่าย จึงทำให้บ้านสไตล์ ญี่ปุ่นตอบโจทย์ไลฟ์ สไตล์คนรุ่นใหม่เป็นอย่างดี

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมีลักษณะอย่างไรเหมาะกับพื้นที่แบบไหน

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นเล็กๆ จะเน้นความกลมกลืนกับธรรมชาติรอบ ๆ บ้าน มักจะมีพื้นที่การปลูกสวนหย่อม ต้นไม้ ดอกไม้ พืชผัก และมีพื้นที่สำหรับแหล่งน้ำ เช่น น้ำตก เพื่อจัดวางก้อนหินตกแต่ง บ้านสไตล์ญี่ปุ่น โบราณจะยกพื้นสูงตามสภาพพื้นที่จริงของประเทศ เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นนั้น พื้นดินมีความชื้นสูงมาก หากไม่เว้นช่องว่างไว้จะ ทำพื้นบ้านหรือเครื่องใช้ต่าง ๆ เสียหายได้ง่าย จุดสำคัญอีกอย่างคือ การใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า

ออกแบบตัวบ้านแบบเปิด เชื่อมเข้าหากันได้ทุกส่วน เพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดอุณหภูมิภายในบ้าน และช่วยให้คนในบ้านได้ มีปฏิสัมพันธ์ ได้ทำกิจกรรมร่วมกันในทุกพื้นที่นั่นเอง บ้านสไตล์ญี่ปุ่นส่วนมาก จะมีหลังคายื่นยาวเลยตัวบ้านออกมา และเปิดหน้าบ้านได้กว้าง เพื่อเชื่อมภายในกับ ภายนอกให้เป็นหนึ่งเดียวกัน บ้านจัดสรร

บ้านสไตล์ญี่ปุ่น น่ารักๆ

แบบบ้านเล็กหน้าต่างกลม โดยได้แรงบันดาลใจมาจากบ้านนก

สิ่งก่อสร้างหลาย ๆ อย่างมีแรงบันดาลใจ มาจากธรรมชาติ บ้านเล็ก ๆ บน Lac Léman ใน Préverenges ประเทศสวิสเซอร์ แลนดก็เช่นกัน ที่นี่มีกระท่อมสร้างใหม่ซึ่งรู้จักกันในชื่อ La Maison de l’Île aux Oiseaux หรือ Bird Island House (บ้านเกาะนก) สถานที่ตั้งเชื่อมต่อ กับปากแม่น้ำธรรมชาติ Venogeเป็นแม่น้ำที่ ไหลลงสู่ทะเลสาบเจนีวา

ซึ่งชมรมวิทยาวิทยาโลซานได้ขอให้ บริษัท Localarchitecture ของสวิส สร้างโครงสร้างนี้เพื่อเป็นที่พักของนกที่บินจากแอฟริกาไปยัง ทุนดราอาร์กติกในฤดูร้อน และยังมีที่พักของคนเหมือนบ้านนกมีคอนอันอบอุ่นสบาย เพื่อรองรับฝูงคนที่ผ่าน เที่ยวบินระยะไกลเหมือนนก บ้านแฝด 

บ้านสไตล์ญี่ปุ่น น่ารักๆ

บ้านเกาะนก หน้าตาเป็นเหมือนศาลา สไตล์ญี่ปุ่นหลังเล็ก ๆ ตั้งอยู่ตรงข้ามตัวเกาะที่ยื่นออกไปในทะเลสาบ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้าง ความตระหนักรู้แก่สาธารณชน และเด็กนักเรียนในภูมิภาค เกี่ยวกับปัญหาด้านการคุ้มครองธรรมชาติ สภาพภูมิอากาศ และผลกระทบของกิจกรรม ของมนุษย์ต่อการสูญเสียจุดแวะพักสำหรับฝูงนก ที่อพยพย้ายถิ่น ตัวบ้านชั้นเดียวยก พื้นขึ้นบนขาโลหะมีทางลาด ให้ค่อยเดินขึ้นยาว ๆ เพื่อจุดประกายความ อยากรู้อยากเห็นของผู้สัญจรไปมา และกระตุ้นให้พวกเขา เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดประสงค์ของอาคาร

สีดำเข้มของอาคาร เท่สุดๆ

ไม่ใช่การทาสี แต่เป็นการนำผิวไม้ไปผ่านเทคนิคการเผาผิวไม้ตามภูมิปัญญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า SHOU SUGI BAN ซึ่งทำให้การใช้งานไม้ทนทานขึ้น ส่วนหลังคาเมทัลชีทช่ว ยปกป้องภายในจาก สภาพอากาศเลวร้าย

ออกแบบสวยหรู

สถาปัตยกรรมนี้ได้แรงบันดาลใจ จากความสง่างามของโลกแห่งนก (กิ่ง รัง ขนนก) มาตีความแล้วใส่ เป็นส่วนต่าง ๆ ของบ้าน เช่น โครงสร้างผนังด้านข้างประกอบด้วยแผ่นไม้แนวตั้ง ประกอบขึ้นโดยไม่ใช้กาว นำมาดัดให้เป็นโครงสร้างแผ่นไม้ที่ นำมาดัดปลายให้เรียว สอบเข้าหากัน บ่งบอกถึงความละเอียดอ่อนของรัง gs,nvoรูปร่างของนกที่ห่อหุ้ม ด้วยขนที่สวยงาม

หน้าต่างทรงกลมขนาดต่างๆ กระจายไปตามโครงสร้าง ซึ่งอ้างอิงถึงการออกแบบบ้านนกเล็ก ๆ ทั่วไป ที่มักจะเจาะช่อง เปิดเป็นรูปทรงเดียวกัน หน้าต่างกลมขนาดใหญ่ทางด้านหน้าถูก กำหนดให้เป็นจุดเด่น ของทางเดินริมแม่น้ำ มองดูไกล ๆ เป็นเสมือนดวงตาโต ๆ คล้ายกับกล้อง obscura หรือกล่องทำรัง ทำให้สถานที่สาธารณะ แห่งใหม่นี้มีอัตลักษณ์ ที่แข็งแกร่งและมีเสน่ห์ดึงดูด  บ้านเดี่ยว

เมื่อเข้ามาภายในผู้มาเยี่ยมชม จะพบพื้นที่เรียบง่ายและอบอุ่น ที่ปกคลุมไปด้วยไม้สนธรรมชาติสีอ่อนที่ตัด กับโครงสร้างสีเข้ม ภายนอกของอาคาร ผนังด้านข้างมีตู้บิลด์อินเจาะรูกลม ให้ระบายอากาศได้ และสิ่งที่ชวน ให้สะดุดตาคือที่นั่งไม้ขาตัดโค้ง และสตูลชื่อ hornbill stool ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากจะงอยปาก ของนกเงือกที่หนาใหญ่โค้ง และโหนกทางด้านบน

ตกแต่งภายในด้วยไม้

กล่องไม้ที่อยู่ตรงกลาง ของห้องทำเป็นรูปทรงบ้าน ซ้อนอยู่ข้างใน เป็นส่วนที่ทำหน้าที่จัดพื้นที่ออก เป็นสองส่วนที่แตกต่างกัน ภายในมีฟังก์ชันห้องครัวและห้องสุขาขนาดเล็ก ตำแหน่งกล่องจะอยู่ใน แนวเดียวกับหน้าต่างทรงกลมขนาดใหญ่ เมื่อมองเข้ามาจะ สามารถมองเห็นได้จาก ภายนอกดูแปลกตาน่าสนใจ และจะเห็นได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเปิดไฟฟ้าส่องสว่างยามค่ำคืน

การเผาผิวไม้แม้จะเป็นภูมิ ปัญญาของญี่ปุ่น แต่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบยุโรปและอเมริกา ด้วยเหตุที่ว่า การเผาผิวไม้ เป็นวิธีการรักษาเนื้อไม้ ในวิถีธรรมชาติ แบบดั้งเดิมที่ไม่มี สารพิษอันตราย ช่วยลดการ ยืดหดตัวของแผ่นไม้ จากความแปรปรวน ของสภาพภูมิอากาศ ช่วยปกป้องเนื้อไม้ด้านใน ไม่ให้แมลงเข้ากินเนื้อไม้ได้ อย่างง่ายดาย เป็นฉนวนกันไฟ โดยที่สีดำจากการเผาไหม้ ไม่หลุดลอกซีดจาง

เนรมิตความสวยหรูด้วยการตกแต่งที่ไม่เหมือนใคร

องค์ประกอบของบ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

1. ประตูทางเข้าหลักของบ้านสไตล์ญี่ปุ่น
จุดเด่นที่มีมาตั้งแต่ บ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ คือ เป็นประตูรั้วบ้านที่กั้นสัดส่วนระหว่างพื้นที่บ้านกับ พื้นที่สาธารณะ ประตูทางเข้าหลักมักนิยมทำด้วยไม้บานใหญ่ทรงสูง และมีหลังคาครอบกันแดดกันฝน รวมถึงรั้วบ้านที่มีความสูงเพื่อความเป็นส่วนตัวของบริเวณบ้าน ที่มักจะสร้างด้วยหิน หรือคอนกรีต

2. หลังคาบ้านสไตล์ญี่ปุ่น
เนื่องจากเป็นประเทศที่ อยู่ในร่องมรสุม สภาพอากาศของประเทศญี่ปุ่นจึงมีฝนตกชุกคล้าย ๆ กับประเทศไทยของเรา หลังคาบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมักจะออกแบบให้ยื่นยาวออกมาจาก ตัวบ้านค่อนข้างมาก เพื่อกันแดดกันฝนไม่ให้สาดเข้าภายในบ้านเวลาเปิดประตู phuket property

3. พื้นที่สำหรับถอดรองเท้าก่อนขึ้นบ้าน
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นกับเอกลักษณ์อีก 1 อย่างที่ชัดเจน คือ มีพื้นที่ถอด จัดเก็บรองเท้า และเปลี่ยนรองเท้าแบบ แบ่งสัดส่วนชัดเจน เนื่องจากคนญี่ปุ่นนิยมใส่รองเท้าแตะในบ้าน จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่ตรงนี้มาก และพื้นที่สำหรับถอดรองเท้า มักจะสร้างต่ำกว่า พื้นบ้านลงมาประมาณ 1 ขั้นบันได

4. พื้นที่ใช้งานแบบอเนกประสงค์
บ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณอาจจะ แบ่งห้องหับต่าง ๆ สำหรับใช้งานอย่างชัดเจนก็จริงแต่ บ้านสไตล์ญี่ปุ่นยุคใหม่ นั้นฟังก์ชั่นการใช้งานของ ห้องก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ง่าย ๆ เช่นเดียวกัน เพื่อใช้ประโยชน์ทุกพื้นที่ ให้คุ้มค่ามากที่สุด อย่างเช่น ห้องที่ปูที่นอน หมอนต่าง ๆ อุปกรณ์เหล่านี้จะถูกเ ก็บเข้าไปไว้ในตู้เมื่อไม่ใช้งาน เพื่อปรับเป็นพื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร หรือทำกิจกรรมอื่น ๆ และช่วยให้บ้านได้ พื้นที่โล่งกว้าง สบายตามากยิ่งขึ้น บ้านทำเลดี

บทความแนะนำ