บ้านหน้าจั่ว เนรมิตความสวยแบบ Minimal

บ้านหน้าจั่ว แรงบันดาลใจที่ทำบ้านหลังนี้ คือ อยากได้บ้านโมเดิร์นหลังคาทรงจั่วที่มีความแปลก มีเอกลักษณ์และความสวยงามที่ลงตัว” คุณจักรกฤต ดวงประเสริฐ สถาปนิกจาก MD.A monday architect บริษัทรับออกแบบบ้านเล็ก ๆ ในเชียงใหม่นี้ เพิ่งเปิดตัวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

เป็นผู้ออกแบบ บ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอล ชื่อ H2 project บ้านสองชั้นพื้นที่ใช้สอย 300 ตารางเมตร แนวคิดการออกแบบหลัก ๆ เน้นความเรียบง่าย แต่ต้องไม่ธรรมดา และมองหาสัดส่วนที่พอดีระหว่าง อาคาร คน และธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยเต็มไปด้วยความสุนทรี นำเสนออาคารโมเดิร์นวางเป็นรูปตัว L โอบล้อมพื้นที่กลางแจ้ง ที่มีทั้งสนามหญ้า ต้นไม้และสระว่ายน้ำ

“บ้านหลังนี้เป็นทรงจั่วที่ตั้งใจใส่องศาความลาดเอียงหลังคาให้แตกต่างกัน จัดสัดส่วนทางสถาปัตย์ให้สวยงาม ทำให้เกิดมิติที่แปลกตาและกลายเป็นจุดเด่น ด้วยความตั้งใจอยากจะให้อาคารออกมาในสัดส่วนที่พอดี จึงทาสีผนังบ้านด้านล่างและรั้วด้วยสีเทาเข้มเหมือนเป็นพื้นหลัง และทาสีกล่องจั่วด้วยสีขาวให้ลอยเด่นขึ้นมา

บ้านหน้าจั่ว

กรอบอาคารสีดำที่ขับเน้นให้บ้านมีเส้นสายตาเด่นชัด ใช้วัสดุแผ่นเหล็กสีดำนำมาพับขึ้นรูปตกแต่งบริเวณหลังคาโรงรถและช่องแสงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่บนตัวบ้าน มองกี่ครั้งก็รู้สึกว่าความน้อยนั้นกลับเพิ่มความน่าสนใจมากให้กับบ้าน คุณจักรกฤต อธิบายในภาพรวมของดีไซน์อาคารทั้งหมด

ค่อย ๆ เดินไต่ระดับเข้าสู่ตัวบ้าน

จากโรงรถจะเป็นเนินลาน สนามหญ้าและสระว่ายน้ำ ซึ่งเดิมมีพื้นที่ระดับเท่าถนนแต่คุณจักรกฤตปรับพื้นที่ ให้สูงกว่าถนนประมาณ 80 เซนติเมตร แล้วทำเป็นสเต็ปค่อย ๆ ไต่ขึ้นไป เพื่อป้องกันปัญหาถนนสูงกว่า ที่ดินในอนาคต และยังทำให้ตัวบ้านสูงขึ้น เปิดมุมมองหน้าบ้านได้ไกลขึ้นด้วย

สำหรับสระว่ายน้ำขนาด 3 X 9 เมตรเป็นสระน้ำระบบน้ำล้น (Overflow System) ผิวหน้าน้ำของสระน้ำ จึงไม่มีฝุ่นผงทำให้น้ำใน สระสะอาดตาแม้จะลึก 1.4 เมตร แต่ก็ดูเหมือนตื้น กระบื้องในสระเป็น แบบกึ่งเงาสีขาวที่ไม่ลื่นและได้ reflex จากแสง และเกลือผสมทำให้ น้ำสะท้อนแสง ดูเป็นสีฟ้าใสเหมือนในทะเลมัลดีฟส์ ขณะที่เปิดระบบสระให้ทำงาน จะมีเสียงน้ำไหลตลอดเวลาเสมือน มีน้ำตกอยู่ในบ้าน เพิ่มความเพลิดเพลิน ในยามพักผ่อน

บ้านหน้าจั่ว

สื่อสารกับธรรมชาติก่อนเข้าถึงภายใน

นอกจากตัวอาคารแล้วงานภูมิทัศน์ ก็เป็นหนึ่งองค์ประกอบที่สถาปนิกใส่ใจ ที่ดินตรงนี้อยู่ในซอยที่ค่อนข้างสงบ แต่ไม่มีวิวทั้งด้านหน้าและด้านข้าง สถาปนิกจึงต้องสร้างวิว และธรรมชาติขึ้นมาเอง เป็นส่วนกลางที่โดดเด่นของบ้าน ในโซนทางเดินเข้าสู่ตัวบ้านเลือก ปลูกพุดศุภโชคพุ่มเล็กดอกน่ารักเป็นแนว

ช่วยลดทอนความแข็งกระด้างของกรอบอาคาร และเป็นเสมือนเพื่อนร่วมทางไปด้วยกัน ข้างสระสะดุดตากับต้นไม้ทรงสวยที่เด่นอยู่กลางคอร์ทคือน้ำเต้าต้น ต้นไม้ชนิดนี้จะค่อย ๆ โต รากเป็นแบบรากแผ่ไม่ดุ จึงปลูกใกล้อาคารได้ ใบเล็กๆ ไม่บดบังมุมมองจากในบ้าน หน้าบ้านหันทิศเหนือที่แดดไม่แรงจึงไม่ได้เน้นต้นไม้ให้ร่มเงาเหมือนต้นแคนาที่ปลูกไว้ริมรั้ว

เหมือนเดินเข้ามาใน บ้านญี่ปุ่น คือความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ตั้งแต่เปิดประตูก้าวเข้าสู่ภายใน ที่คุมโทนในการตกแต่งให้ใช้เพียง 3 สี คือ ขาว เทา ดำ แทรกด้วยงานไม้สีอ่อน ๆ ประกอบกับจัดสรรพื้นที่แบบ Open Plan เชื่อมโยงที่ว่างและฟังก์ชันการใช้งานร่วมกัน

อาทิ ครัว ห้องทานอาหาร และห้องนั่งเล่นเข้าไว้ด้วยกันโดยไม่มีผนังกั้น เพราะต้องการเชื่อมพื้นที่ให้มีความลื่นไหล เข้าถึงกันได้หมด หากแบ่งเป็นห้อง ๆ จะเสียพื้นที่ในการก่อกำแพงและทำให้บ้านดูแคบทึบลงด้วย

ห้องครัว

ครัวเล็ก ๆ เรียบหรูดูแพง

ออกแบบให้น่ารักและน่าใช้ เป็นครัวในฝันของ คุณแม่บ้านสมัยใหม่ มีฟังก์ชันจำเป็นในการทำอาหาร เป็นชุดครัวบิลท์อินที่ ตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องสี่เหลี่ยมสีขาวเล็ก ๆ ตัดกับบานตู้สีดำสนิท และบานไม้ที่ออกแบบให้ไร้มือจับแต่ใช้บานเซาะร่องมือจับในตัวแทน ทำให้บานเรียบ สวยไม่มีส่วนเกิน ผนังด้านข้างเจาะช่องแสงแนวตั้งเล็ก ๆ ดึงแสงธรรมชาติเข้ามา เพิ่มความสว่างในมุมครัว

แต่ถ้าใครชอบทำอาหาร และต้องการใช้งานหนัก ๆ ได้ออกแบบครัวไทยแยกไว้ต่างหาก แบ่งสัดส่วนด้วยประตูบาน เลื่อนปิดเปิดได้ กันกลิ่นและควันรบกวนห้องส่วนรวม ทอปเคาน์เตอร์ใช้ แผ่นแกรนิตหนาสีดำ รองรับแรงกระแทกในการใช้ครก เขียง ได้ดี สำหรับงานบิลท์อินอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้ ชั้นจะใช้ไม้อัดเกรดดีหนา 6 มิลลิเมตรขึ้นไปทั้งหมดเพื่อความแข็งแรง

ห้องนั่งเล่น

บ้านมินิมอลผ่อนคลายและโปร่งเบา

การตกแต่งภายในเน้น บรรยากาศควบคู่กับมุมมอง การคุมโทนสีและวัสดุให้อยู่กลาง ๆ จะให้ความรู้สึกเสมือนได้พักผ่อน ให้ความสงบสุข และเป็นส่วนตัว ส่วนผนังด้านข้างติดตั้งบานประตูกระจกแบบสไลด์ความหนา 6 มิลลิเมตรยาวหลายเมตร กระจกใสช่วยเบลอ ขอบเขตระหว่างภายในภายนอก เพิ่มอิสระในการเปิดวิสัยทัศน์ออกไปพื้นที่ สีเขียวบริเวณคอร์ทกลางบ้าน ได้ตลอดทั้งวัน ความสูงของกระจกที่เกิน 2 เมตร และช่องแสงข้างบนอีกหนึ่งจุดช่วยให้บ้านเปิดมุมมองสูงขึ้น ไปเห็นท้องฟ้าที่ไกลออกไป บ้านทำเลดี

ความใสของกระจกยังเปิดรับแสงธรรมชาติ เข้าสู่ภายในได้ทั่วบริเวณแต่ไม่ร้อน เพราะบ้านหันไปทางทิศเหนือ และการวางอาคารทำให้เกิดเงาอาคารในช่วงบ่าย พื้นที่ส่วนกลาง และสวนจึงไม่ร้อน สามารถทำกิจกรรม ได้ตลอดทั้งวัน บ้านจัดสรร

เหนือบริเวณนั่งเล่นเจาะโถงสูงแบบ Double Space เพดานสูงถึง 6.5 เมตร เพิ่มระยะห่างจากเพดานถึงพื้นเป็นพิเศษในส่วนนี้ เพราะต้องการให้ภาพรวมของห้องรับแขก และพักผ่อนดูโล่งโปร่งชวนสบาย ผนังด้านที่ติดสวนที่เป็นสีขาวขนาดใหญ่เลือกใช้เนื้อ กึ่งด้านเพื่อไม้ให้สีขาวเงาส่องสะท้อนตา

บนผนังอีกด้านจะมีช่องแสงแนวตั้งเล็ก ๆ ติดตั้งอยู่ซึ่งจะเป็นผนังห้องนอนบนชั้นสอง เจ้าของห้องสามารถมองเห็น ความเคลื่อนไหวของมุมนั่งเล่นผ่านช่องทางนี้ได้

มุงนั่งเล่นสวยๆ

ช่องแสงเล็ก ๆ ดึงลมรับมุมมองสวน

ผนังที่ต่อเนื่องจากครัวมา ถึงห้องนั่งเล่นจะมีช่องหน้าต่าง แนวนอนขนาดเล็กขนานไปกับตัวอาคาร ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่น่าตื่นตาพอ ๆ กับผนังกระจกขนาดใหญ่อีกด้าน การติดตั้งหน้าต่างแบบนี้ ดูจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับบ้านในไทยที่ยังไม่ได้เห็นกันมาก แต่เราสามารถพบได้ใน บ้านสไตล์ญี่ปุ่นที่มักจะติดตั้งช่องเปิดเล็ก ๆ เอาไว้ในระดับเดียวกับตอนนั่ง  บ้านแฝด

เพื่อบังคับสายตาให้มองต่ำลงไปยัง สนามหญ้าที่จัดเอาไว้ข้างนอก ในส่วนนี้คุณจักรกฤตอธิบายว่า แม้หน้าต่างจะมีขนาดเล็กแต่สามารถรับลมได้ดี เพราะด้านนี้เป็นทิศใต้ แต่ทิศนี้ก็มีข้อเสียคือ แสงแดดจัดในช่วงบ่าย หากทำประตูหน้าต่างใหญ่ก็ยังต้อง ใช้ผ้าม่านช่วยกั้นแสง การทำช่องเปิดขนาดใหญ่จึงไม่ได้ประโยชน์เต็มที่ สู้เราทำเล็ก ๆ ดึงลม รับมุมมอง ให้แสงลอดเข้ามาได้ประมาณระยะปูกระเบื้องแผ่นที่ 2 ก็เพียงพอแล้ว

ส่วนประกอบของบ้านที่เป็นไม้แท้ ในส่วนของวงกบ บานประตู ราวจับ และบันได จะใช้ไม้จริงคือไม้สัก ที่ทนทานและปลวกไม่กิน โดยเลือกใช้ไม้สักเก่า ที่ไม่บิดง่ายและโก่งตัวน้อยกว่าไม้ใหม่ แต่ไม้สักเก่า เนื้อไม้สีค่อนข้างเข้มจึงไม่ค่อยนิยมใช้ในบ้านสไตล์มินิมอล แบบญี่ปุ่นที่จะใช้ไม้สีอ่อน ๆ สถาปนิกจึงให้ช่างฟอกสีไม้ให้จางลง ให้สีเข้ากันกับภาพรวมของบ้าน  บ้าน 

สำหรับโซนบันไดมีช่องแสงตรงผนังบริเวณชานพักเพื่อเพิ่มความสว่างขณะเดินขึ้น ส่วนสวิตช์ไฟที่เปิดบริเวณบันไดเป็นแบบ 2 ทางสามารถเปิด-ปิดสวิตช์ไฟฟ้าจากชั้นล่างจุดหนึ่งและชั้นบนอีกจุดหนึ่ง จึงสะดวกและปลอดภัยในการเปิดปิดไฟช่วงค่ำ

ห้องนอน

ห้องนอนทุกห้องออกแบบให้รับวิวและลม

ในทุกห้องนอนมีจุดเน้นที่สำคัญคือ จัดตำแหน่งไว้ในส่วนที่รับลมและวิวดี ต้องได้มุมมองจากสวนและสระน้ำ แต่โดนแสงแดดน้อยในช่วงบ่ายทำให้ไม่ร้อน ซึ่งการจัดวางแปลนบ้านเป็นรูปตัว L เป็นหนึ่งข้อดีที่ทำให้สถาปนิกสามารถจัดตำแหน่งห้องนอน และเลือกมุมใส่ผนัง และช่องเปิดที่เชื่อมสายตาออกไปสู่คอร์ทได้โดยตรง แบบไม่มีอุปสรรคกั้น

ส่วนห้องนอนหลักชั้นบนผนังข้างประตูที่เจาะหน้าต่างเอาไว้เดิมทีไม่มีในแปลน แต่เมื่อลองยืนมองจากตรงนี้ สถาปนิกเห็นว่าสามารถดึงวิวคอร์ทของบ้านข้าง ๆ มาสร้างความสดชื่นได้จึงเพิ่มหน้าต่างเข้าไปให้เจ้าของห้องได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น

จัดสวนในห้องน้ำเพิ่มความสุนทรีในชีวิต ห้องน้ำในห้องนอนมาสเตอร์ วางอยู่ทางทิศตะวันตก เพื่อให้เป็นพื้นที่รับแสงแดด ช่วงบ่ายแทนห้องอื่น ๆ และทำให้ห้องน้ำแห้งไม่อับชื้น การตกแต่งเลือกใช้สุขภัณฑ์สีขาว ดังนั้นทั้งพื้นและผนังจึงใช้สีเทาเพื่อดึงให้สุขภัณฑ์ดูเด่นขึ้นมาจากพื้นหลัง แต่จุดที่ขโมยซีนกลับเป็นสวนในห้องน้ำที่นำ ธรรมชาติให้เข้ามาแนบชิดในขณะทำธุระส่วนตัว สวนที่กั้นด้วยบานกระจกแบบสไลด์นี้เป็นที่ว่างเปิดออกสู่ท้องฟ้า (open space)

มีขั้นตอนการจัดโดยใช้ตะแกรงวางยกระดับพื้นที่ขึ้นมา ใส่พลาสติกรองกันดินไหลลงด้านล่างและปูด้วยกระเบื้องสองชั้นป้องกันความชื้น มีระบบการ drain น้ำ ทั้งยังใช้วัสดุปลูกที่น้ำหนักเบาเพื่อไม่ให้รับน้ำหนักมากเกินไป สำหรับชนิดต้นไม้ปลูกคลุมดินด้วยหนวดปลาดุก ต้นที่สูงที่สุดคือหนวดปลาหมึกแคระด่างปลูกในกระถางเพื่อจำกัดการแผ่ของราก แล้วคลุมพรางตาด้วยดินอีกที

บทความแนะนำ