บ้านไม้ เนรมิตความสวยงามจากการนำวัสดุธรรมชาติมาสร้างบ้านได้อย่างเหมาะสม

บ้านไม้ ไม้คือวัสดุก่อสร้างที่ทำมาจากธรรมชาติ ได้ถูกนำมาปรับใช้เพื่อการอยู่อาศัยนับตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จวบจนถึงปัจจุบัน โดยคุณประโยชน์และความโดดเด่นของไม้นั้น คือความแข็งทนทานต่อทุกสภาพอากาศ มีความสวยงาม ให้ความรู้สึกอบอุ่น

ในปัจจุบันไม้ได้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างบ้านหรือส่วนของผนัง และพื้นเพียงอย่างเดียว แต่กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ อีกมากมาย นับได้ว่าไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการอยู่อาศัยอย่างเต็มรูปแบบ

การ ปลูกบ้าน หรือสร้างบ้านใหม่ส่วนใหญ่แล้ว คนมักจะนิยมสร้างบ้านเป็น บ้านไม้ กับ บ้านปูน ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ถือเป็นวัสดุพื้นฐานที่คนนิยมใช้สร้างกัน ด้วยเหตุผลหลักคือ ให้ผู้อยู่อาศัยอยู่ได้สะดวกสบาย อากาศถ่ายเท แต่ทั้งสองอย่างนี้ก็มีรูปลักษณ์ คุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปที่ไม่เหมือนกัน

โดยเจ้าของบ้านควรมีการศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนว่า บ้านที่เราจะอยู่นั้นเหมาะกับวัสดุชนิดใดมากกว่ากัน ซึ่งเราจะมีข้อเปรียบเทียบพิจารณากันว่าบ้านไม้สวยๆ กับบ้านปูน มีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร โดยข้อมูลต่อไปนี้จะเป็นข้อมูลเบื้องต้นที่สามารถดูไว้ เป็นตัวอย่างก่อนการสร้างบ้าน เพื่อประโยชน์สุดของคุณ

อย่างแรกหากพูดถึง เรื่องการถ่ายเทอากาศภายในบ้าน บ้านไม้จะสามารถถ่ายเทอากาศได้ดีมากกว่าบ้านปูนทั่วไป เพราะมีช่องที่ลมสามารถพัดผ่านเข้าออกได้มากกว่า บรรยากาศภายในบ้านไม้จึงมาพร้อมความรู้สึกที่สดชื่นอย่างเป็นธรรมชาติ และโปร่งสบาย ไม่อึดอัด

ส่วนบ้านปูนถึงแม้ จะไม่โปร่งสบายเท่าบ้านไม้ แต่หากมีการจัดวางในทิศทางลมที่เหมาะสม หรือทำช่องอากาศที่มีขนาดกว้างขวางมากขึ้นก็จะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านปูนเย็นสบายมากยิ่งขึ้น

สร้างบ้านไม้ ปัญหาที่ยังพบบ่อยคือ เกิดปัญหาเรื่องปลวกกัดกินและทำความเสียหายให้บ้านได้มากกว่าบ้านปูน แต่บ้านไม้ก็เป็นบ้านที่มาพร้อมความแข็งแรง ทนทาน และสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่า โดยเฉพาะหากเกิดแผ่นดินไหว บ้านปูนสามารถเกิดรอยร้าวได้ง่ายกว่าบ้านไม้

คุณประโยชน์ของการพักอาศัยด้วยบ้านไม้

1.​เพราะบ้านไม้เชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างสมดุล
การนำไม้มาเป็นส่วนประกอบในการปลูกสร้างบ้านนั้น นอกจากความแข็งแรงและทนทานต่อทุกสภาพผิว เสน่ห์ของเนื้อไม้ยังให้ความอบอุ่น สวยงาม และรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติ ยิ่งนำมาสร้างไว้โดยรอบของสวนไม้สามารถสร้างความกลมกลืนได้อย่างสมดุล เป็นการอยู่อาศัยที่นำคุณประโยชน์ทางธรรมชาติมาปรับใช้ได้อย่างงดงาม โรงแรมภูเก็ต

2.​เพราะไม้คือส่วนผสมที่สอดรับกับทุกวัสดุก่อสร้างอื่นๆ อย่างลงตัว
บ้านหนึ่งหลังคือการผสมผสานระหว่างวัสดุก่อสร้างหลากหลายชนิด ซึ่งไม้เป็นส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มกับวัสดุอื่นๆได้อย่างสมส่วนและสวยงาม เพราะไม้นั้นมีโทนสีที่ไม่ฉูดฉาดควบรวมกับความแข็งแรงที่อาจนำมาปรับใช้เป็นโครงสร้างบ้านอย่าง ผนัง เพดาน คาน นับได้ว่าไม้เป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อการอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี

3.​เพราะไม้สามารถสร้างความต่าง
โครงสร้างของบ้านดังกล่าวใช้ไม้มาเป็นส่วนประกอบหลักซึ่งความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์คือไม้สามารถทาสีต่างๆเพื่อตกแต่งบ้านได้อย่างสวยงาม อย่างเช่น สีขาว สีน้ำตาล หรือแม้กระทั้งสีแดง อย่างไรก็ดีความต่างดังกล่าวสร้างสไตล์เฉพาะให้กับงานออกแบบบ้านได้อย่างทันสมัย ไม่เหมือนใคร

4.​เพระไม้สามารถสร้างจินตนาการได้อย่างหลากหลาย
พื้นที่ในวัยเด็กคือวิ่งหาลานกว้างๆเพื่อทำกิจกรรม ซึ่งไม้ไม่ใช่สิ่งไกลตัวของทุกคนตั้งแต่เกิดมา ในทางกลับกันกลับคลุกคลีเรามาโดยตลอด ซึ่งมุมหลังคาไม้จากภาพดังกล่าวนี้เป็นไอเดียที่สำคัญในการสร้างพื้นที่เรียนรู้นอกห้องเรียนขนาดกว้างสำหรับเด็กในครอบครัวได้เป็นอย่างดี หนึ่งวิธีการประยุกต์ใช้ไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

5.​เพราะไม้คือความสมดุลระหว่างการอยู่อาศัย และระบบนิเวศ
การปลูกสร้างบ้านไม้ควบคู่ไปกับการตกแต่งสวนเป็นส่วนผสมที่สำคัญอันสะท้อนให้เห็นว่า ไม้สามารถผนวกใช้ในการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับระบบนิเวศได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ไม้ และสวนยังเพิ่มพลังงานที่สำคัญในการส่งเสริมให้บ้านมีราศีและความเป็นมงคล ยิ่งไปกว่านั้นวัสดุก่อสร้างและพื้นที่สีเขียวสามารถเพิ่มบรรยากาศที่เย็นสบายให้กับตัวบ้าน ทำให้ผู้อยู่อาศัยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ในทุกอณูความรู้สึก

6.เพราะไม้สามารถปรับการใช้งานได้อย่างหลากหลาย
ไม้เป็นวัสดุก่อสร้างที่มีความยืดหยุ่นสูง Thai House สามารถใช้ให้เกิดความหลากหลายได้อย่างสมส่วน ไม่ว่าจะเป็นผนัง เพดาน พื้นที่โค้งงอ หรือจะเป็นเฟอร์นิเจอร์จำวก โต๊ะ เก้าอี้ เตียง ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อนำมาทาสียังเพิ่มความรู้สึกที่ดีเพื่อการอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม ไม้จึงเป็นตัวเลือกอันแรกๆของการนำมาใช้ เพื่อการปลูกสร้างบ้านในอดีตจนถึงปัจจุบัน

7.​เพราะไม้คือความคลาสลิค
ความคลาสลิคของการตกแต่งภายใน วัสดุก่อสร้างจากไม้คือพระเอกที่สำคัญ เพราะกลิ่นไอและโทนสีที่เปลี่ยนแปลงไปตามสภาพอากาศทำให้ไม้คือวัสดุก่อสร้างชนิดเดียวที่ถ่ายทอดความรู้สึกนี้ออกมาได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้โทนสีต่างๆที่นำมาใช้ กับการตกแต่งภายในบนเนื้อไม้ ไม่ได้สร้างผลเสียแต่อย่างใด ในทางกลับกัน เป็นการยกระดับความสวยงามอย่างสร้างสรรค์สำหรับการอยู่อาศัย ในอีกมิติการตกแต่งบ้านได้อย่างหลากหลาย

8.​เพราะไม้ให้ความรู้สึกที่กว้างขวาง
วัสดุก่อสร้างจากไม้มีหลากหลายชนิดทั้งไม้เนื้อแข็ง และไม้เนื้ออ่อน สามารถนำมาปรับใช้ในการตกแต่งห้องได้หลากหลายแนว Home plans โดยการนำมาเป็นส่วนประกอบนั้นให้ความสวยงาม ทนทาน และมีสีสัน ทั้งนี้ยังเพิ่มความรู้สึกสำหรับการพักผ่อนที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ ทำให้กรอบห้องสี่เหลี่ยมที่กำหนดไว้นั้นเป็นมุมพักผ่อนที่แสนกว้างสำหรับการอยู่อาศัย

9.​เพราะไม้คือการเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ ไม่มีคำว่าจำกัด
ไม่เพียงแค่โครงสร้างบ้าน หรือ พื้น ผนัง เพดาน และเฟอร์นิเจอร์ ไม้ยังนำมาสร้างเป็นวงกบประตู และหน้าต่างได้อย่างสร้างสรรค์ นอกจากสวยงามยังเป็นไอเดียที่แปลกใหม่ ในการไม่หยุดนิ่งด้านการพัฒนา และที่สำคัญยังคงเป็นคำตอบแรกๆ ของวิวัฒนาการอสังหาริมทรัพย์

10.​เพราะไม้คือส่วนเติมเต็มความสมบูรณ์แบบสำหรับการอยู่อาศัย
เสน่ห์ของไม้ไม่ได้มีเพียงกรอบสี่เหลี่ยม แต่เติมเต็มการอยู่อาศัยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยจากโทนสี จากการตกแต่งภายใน ความแข็ง ทนทาน สร้างความมั่นคงขอโครงสร้าง หรือจะในแง่ของความรู้สึกที่อบอุ่น ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

รวมทั้งการนำมาผนวกใช้ และประดิษฐ์เป็นเฟอร์นิเจอร์และมุมต่างๆ และนี่คือเหตุผลที่สำคัญที่ทำให้ไม้ เป็นวัสดุก่อสร้างที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประโยชน์ใช้สอยนานาชนิดที่จะขาดไม่ได้ ในการปลูกสร้างบ้าน และที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน

เคล็ดลับทำความสะอาดพื้นไม้ให้เงางาม สะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ

  • เนรมิตพื้นไม้ให้สวยเงางาม ด้วยของในครัวที่คุณคุ้นเคย : เคล็ดลับการเนรมิตพื้นไม้ให้ดูสวยเงางามแบบง่าย ๆ คือ การใช้น้ำมันมะกอกผสมกับน้ำส้มสายชูในอัตรา 1:1 จากนั้นนำผ้าสะอาดมาชุบ แล้วนำไปเช็ดบนพื้นไม้ที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วให้ทั่ว คุณสมบัติของน้ำมันมะกอกจะช่วยเคลือบไม้ให้ดูเงา เพียงแค่นี้ก็จะได้พื้นไม้ที่สวยเงางามแล้ว
  • พื้นไม้เงางามได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีธรรมชาติ : หากคุณต้องการพื้นไม้ที่เงางาม แต่ไม่อยากใช้สารเคมีแล้วล่ะก็ การใช้วิธีธรรมชาติก็ เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจไม่น้อย ซึ่งสามารถทำได้โดยใช้เนื้อมะพร้าวที่ผ่านการบีบคั้นน้ำกะทิออกจนหมดแล้วเหลือแต่กาก นำมาใส่ห่อผ้าบาง ๆ จากนั้นนำไปถูบนพื้นไม้ น้ำมันในกากมะพร้าวจะช่วย ให้พื้นไม้ดูเงาขึ้นทันตาเลยทีเดียว
  • คราบสกปรกบนพื้นไม้จัดการได้ง่าย ๆ แค่มีสองสิ่งนี้ : สำหรับพื้นไม้ที่มีคราบสกปรกสามารถจัดการได้ ด้วยการนำผงเบกกิ้งโซดา มาผสมกับน้ำอุ่นให้ได้น้ำเบกกิ้งโซดาเข้มข้น จากนั้นเทลงไปบริเวณพื้นไม้ที่มีคราบสกปรกฝังลึก และเทน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดออกให้สะอาด
  • ขจัดคราบไขมันบนพื้นไม้ ให้กลับมาสวยเงางามอีกครั้ง : หากพื้นไม้มีคราบไขมัน ให้นำเกลือป่นมาโรยบริเวณคราบ จากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดออกจนสะอาด วิธีนี้จะช่วยลดคราบไขมัน และรักษาพื้นไม้ไม่ให้เกิดคราบ ในกรณีที่โรยเกลือทันที หลังจากทำน้ำมันหกลงบน พื้นไม้
ปลูกบ้านแบบไหน ถูกหลักฮวงจุ้ย อยู่แล้วปัง

ทำเลที่ตั้ง
แน่นอนว่าทำเลที่ตั้งถือเป็นเรื่องสำคัญมากในการสร้างบ้าน ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว ไม่ควรสร้างบ้านบนสันเขา หน้าผา พื้นที่แคบ บนทางระบายน้ำ ใกล้สะพาน ทางด่วน สามแยก คุก สุสาน และแหล่งทิ้งขยะ รวมถึงไม่ควรสร้างบ้านบนถนนที่เป็นทางตันและบริเวณท้ายซอยด้วย

สำหรับสถานที่ที่เคยเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุมาก่อนก็ไม่ควรนำมาเป็นทำเลที่ตั้งในการสร้างบ้านเช่นเดียวกัน เพราะสถานที่เหล่านี้เสี่ยงจะเกิดภัยพิบัติหรืออุบัติเหตุซ้ำได้มากกว่าที่อื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว ในทางตรงกันข้ามหากเป็นที่ดินใกล้แม่น้ำ มีแม่น้ำล้อมรอบ หากไม่ติดแม่น้ำแต่มีสระว่ายน้ำก็จะช่วยเสริมเรื่องความมั่นคงมั่งคั่งและโชคลาภเงินทองได้

ทิศทางของบ้าน
การเลือกทิศทางของบ้านควรเลือกที่หันหน้าไปยังทิศตะวันออก หรือ ทิศเหนือ เพราะเป็นทิศที่มีแสงช่วงเช้าจะทำให้บ้านที่อยู่อาศัยไม่ร้อนเกินไปนัก และควรหันไปทางทิศใต้เนื่องจากอยู่ในทิศทางรับลม ทำให้บ้านมีลมพัดเย็นและเป็นการนำพลังงานที่ดีเข้ามา

ห้องนอน
ส่วนสำคัญของบ้านคือการจัดวางห้องนอน ที่ควรตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สงบมีความสมบูรณ์ของกิจกรรม อาทิ อยู่บริเวณ เหนือห้องอาหาร ห้องอ่านหนังสือ ห้องทำกิจกรรม หรือบริเวณด้านหลังบ้าน เพื่อไม่ให้พลังงานของความสับสนวุ่นวายเข้ามาในห้องนอน อีกทั้งไม่ควรตั้งเตียงไว้ตรงกับประตูห้องนอน

ตำแหน่งบันได
องค์ประกอบสำคัญของบ้าน ซึ่งไม่ควรวางบริเวณกลางบ้าน และบริเวณถัดจากประตูบ้าน เพราะจะขัดขวางพลังทำให้เกิดการเร่งรีบ ไม่มีความมั่นคง และไม่ควรวางบริเวณด้านทิศตะวันออกเพราะเป็นตำแหน่งในเรื่องของสุขภาพ ตะวันออกเฉียงใต้เป็นในเรื่องของเงินทองนั่นเอง

ห้องน้ำ
ห้องน้ำไม่ควรตั้งไว้ใกล้ทางเข้าบ้าน กลางบ้าน หรือบริเวณที่ตรงกับห้องครัว เนื่องจากเป็นตำแหน่งของการเงิน ความรัก

ปลูกต้นไม้
ต้นไม้มงคลมีหลากหลายชนิด ควรปลูกไว้เพื่อเพิ่มความมงคลแก่ตัวบ้านและเสริมบ้าน ซึ่งแบบบ้านที่ดีควรมีต้นไม้ปลูกไว้รอบ ๆ บ้าน เนื่องจากต้นไม้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อฮวงจุ้ย อีกทั้งสีเขียวยังเป็นสีที่ช่วยเพิ่มในเรื่องของความเจริญงอกงาม และหมั่นดูแลตัดแต่งต้นไม้ อย่าปล่อยให้เหี่ยวเฉา และไม่ควรปลูกต้นไม้ไว้กลางบ้านเพราะอาจทำให้เกิดปัญหาด้านการเงินได้

รูปทรงของบ้าน
บ้านที่ดีควรมีรูปทรงธรรมดา คือเป็นสีเหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมผืนผ้า เรียบ ๆ แบบมาตรฐาน โดยเฉพาะบ้านทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ายังช่วยเสริมความก้าวหน้าให้กับผู้อยู่อาศัย หลีกเลี่ยงการทำบ้านรูปทรงสามเหลี่ยมหรือทรงอื่น ๆ เนื่องจากตามหลักฮวงจุ้ยจีนเชื่อว่าบ้านที่มีรูปทรงแปลก ๆ จะทำให้คนในบ้านเกิดความขัดแย้ง นำมาซึ่งการทะเลาะวิวาทและมีปากเสียง

สวนหน้าบ้าน
ต้นไม้เป็นตัวแทนของความเจริญงอกงาม ดังนั้นการที่บ้านมีสวนหรือต้นไม้สร้างความร่มรื่นอยู่รอบ ๆ จึงช่วยให้ผู้อยู่อาศัยเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยเฉพาะการปลูกรั้วต้นไผ่จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตมีความเจริญรุ่งเรือง หากการปลูกต้นสนขนาไว้ด้านข้างด้วยก็จะช่วยเสริมในเรื่องโชคลาภด้วย

แสงและลมจากธรรมชาติ
การปล่อยให้บ้านมีแสงและลมจากธรรมชาติพัดผ่านเข้ามาในบ้านถือเป็นการนำโชคลาภ ความมงคลมาสู่ผู้อาศัย รวมถึงยังทำให้บ้านมีอากาศถ่ายเท ไม่อับ และการที่มีแสงจากธรรมชาติส่องเข้ามาในบ้านยังช่วยให้บ้านสว่าง ยังช่วยประหยัดค่าไฟไปได้ในตัวด้วย

ห้องนั่งเล่น
สิ่งสำคัญที่สุดของนั่งห้องนั่งเล่นก็คือความกว้างที่พอจะให้ทุกคนในบ้านมานั่งเล่น พบปะ พูดคุยกันได้อย่างสบาย ถ้าบ้านไหนไม่มีห้องนั่งเล่นหรือห้องนั่งเล่นเล็กเกินไปแสดงว่าบ้านหลังนั้นฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่นไม่ดี และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่าห้องต่าง ๆ ภายในบ้านควรเป็นทรงสี่เหลี่ยมธรรมดา ดังนั้นอย่าสร้างห้องนั่งเล่นเป็นทรงสามเหลี่ยมหรือทรงที่แปลก ๆ อื่น ๆ เพราะจะนำมาซึ่งการมีปากเสียงและการทะเลาะวิวาทได้

ประตูกับหน้าต่าง
เนื่องจากลมสามารถเข้า-ออกบ้านได้ทางประตูและหน้าต่าง พลังงานที่ดีก็เช่นเดียวกัน ฉะนั้นเราควรจัดสมดุลของการติดตั้งประตูและหน้าต่างให้ดี โดยประตูแต่ละห้องไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป ส่วนหน้าต่างก็ควรให้อยู่ในระดับกึ่งกลางของผนังบ้านไม่สูงและไม่ต่ำจนเกือบชิดพื้น เพื่อรักษาพลังชี่เอาไว้ ส่วนหลังบ้านจะต้องไม่มีประตูและหน้าต่างเยอะเกินความจำเป็นเพราะจะทำให้พลังงานชี่อ่อนตัวลง

ข้อห้าม

  • หากมีสตรีกำลังตั้งท้อง ไม่ควรสร้างบ้าน เพราะอาจนำมาสู่การแท้งได้
  • ไม่ควรสร้างบ้านสูงกว่าอาคารบริเวณรอบ ๆ และอย่าสร้างชิดตึกเหล่านั้นเกินไปด้วย
  • ไม่ควรสร้างบ้านหลังต้นไม้ใหญ่หรือต้นไม้ที่ตายแล้ว เพราะจะนำความโชคร้ายมาสู่บ้าน
  • ไม่ควรสร้างบ้านบนพื้นที่ที่ด้านหน้าบ้านต่ำ หลังบ้านสูง เพราะฮวงจุ้ยเชื่อว่าจะทะเลาะกับเพื่อนบ้านได้
  • บ้านที่อยู่รวมกัน ห้ามสร้างศาลาชนกัน
  • ตามหลักฮวงจุ้ยเชื่อว่าการสร้างบ้านที่ยื่นหรือเว้าแหว่งจะมีอันเป็นไป
  • หน้าบ้านไม่ควรมีบ่อน้ำสองบ่อ ถือเป็นบ่อน้ำตา
  • ถ้ามีคนอยู่อาศัยน้อย ไม่ควรสร้างบ้านหลังใหญ่เกินไป
  • การเจาะหลังคาถือว่าไม่เป็นมงคล หากอยากได้แสงสว่างแนะนำให้ใช้กระเบื้องใสแทน

บทความแนะนำ