บ้านสไตล์ทัสคานี โดดเด่นด้วยสีสัน ตกแต่งสวยสะดุดตา

แบบบ้านสไตล์ทัสคานี ที่เห็นอยู่นี้ในปัจจุบันนั้น มีที่มาจากชื่อเมืองทัสคานี เป็นสถาปัตยกรรมแบบชนบทสไตล์อิตาลี ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบ้าน และตกแต่งบ้าน กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่เรียบง่าย สวยงาม แต่แฝงไว้ด้วยความอบอุ่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีลักษณะเด่นตรงที่ หลังคาเป็นทรงปั้นหยาค่อนข้างลาดหรือเป็นหลังคาเรียบ

องค์ประกอบหลักๆ ในการตกแต่งบ้านสไตล์ทัสคานี แต่งบ้าน ชานระเบียงด้วยเถาไม้เลื่อย เช่นการตกแต่งระเบียงด้วยเถาองุ่น หรือไม้เลื่อยชนิดอื่นๆ แต่งบ้าน ของสะสมโบราณ ตกแต่งบ้านด้วยข้าวของเครื่องใช้ ของแต่งบ้านโบราณ ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศของการแต่งบ้านสไตล์ทัสคานี ให้ความสวยงามที่แฝงมนต์ขลังยิ่งขึ้น

ตกแต่งบ้าน จัดสวนด้วยน้ำพุ มีน้ำพุเป็นองค์ประกอบหลัก เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่น แต่งบ้าน ผนังบ้าน ซุ้มทางเดิน โดยให้ความสำคัญกับการรออกแบบ และตกแต่งผนังบ้าน ซุ้มทางเดินต่างๆ ให้มีความอ่อนช้อยงดงามตามแบบนิยม ตกแต่งบ้าน ด้วยเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว ในการตกแต่งบ้านสไตล์ทัสคานีนั้น นิยมใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว

เนื่องจากสามารถปรับเปลี่ยน เคลื่อนย้ายได้สะดวกมาก สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้กับบ้านได้ดี แต่งบ้าน งานผนังบ้าน นิยมใช้วัสดุผนังนั้นเป็นกำแพงอิฐสีขาว หินธรรมชาติ หรือกระเบื้องลายอิฐ ซึ่งสามารถนำมาแต่งบ้านแบบผสมผสานกันได้ เช่น กระเบื้องลายอิฐ สลับกับวอลล์เปเปอร์ลวดลายดอกไม้สวยๆ

แบบบ้านสไตล์ทัสคานี รูปทรงสวยงาม ไม่แพ้สไลต์ไหนๆ

บ้านสไตล์ทัสคานีโทนส้ม

บ้านสไตล์ทัสคานี อีกหนึ่งแนวทางการออกแบบ ที่ได้รับความนิยมในเมืองไทยไม่น้อย ด้วยโทนสีส้มที่โดดเด่น ผนังอิฐที่มีเอกลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ให้ความอบอุ่นกับการอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี สำหรับบ้านหลังนี้ชั้นล่างของบ้าน โปร่งโล่ง สบาย การตกแต่งเน้นให้ความรู้สึกเป็นบ้านคันทรี

ที่ผสมผสานความเป็นโมเดิร์น เพื่อรองรับกับการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน มุ่งเน้นโทนสีสว่างเพื่อให้แลดูสดใส มุมรับแขกภายในบ้าน ตกแต่งด้วยโซฟาสีฟ้าเทา มีฉากหลังเป็นสวนข้างบ้าน เนื่องด้วยห้องนี้เน้นเปิดโล่งเป็นพิเศษ ทั้งส่วนหน้าต่างและประตูกระจก ผนังภายในกรุผนังอิฐ ทาทับด้วยสีขาว ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้รู้สึกอบอุ่น

บ้านสไตล์ทัสคานี อีกหนึ่งแนวทางการออกแบบ ที่ได้รับความนิยมในเมืองไทยไม่น้อย ด้วยโทนสีส้มที่โดดเด่น ผนังอิฐที่มีเอกลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งสไตล์ที่ให้ความอบอุ่นกับการอยู่อาศัยได้เป็นอย่างดี สำหรับบ้านหลังนี้ ชั้นล่างของบ้าน โปร่งโล่ง สบาย การตกแต่งเน้นให้ความรู้สึกเป็นบ้านคันทรี

ที่ผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเพื่อรองรับกับการอยู่อาศัยในยุคปัจจุบัน มุ่งเน้นโทนสีสว่างเพื่อให้แลดูสดใส มุมรับแขกภายในบ้านตกแต่งด้วยโซฟาสีฟ้าเทา มีฉากหลังเป็นสวนข้างบ้าน เนื่องด้วยห้องนี้เน้นเปิดโล่งเป็นพิเศษ ทั้งส่วนหน้าต่างและประตูกระจก ผนังภายในกรุผนังอิฐ ทาทับด้วยสีขาว ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้รู้สึกอบอุ่น

ส่วนพื้นที่รับประทานอาหาร เชื่อมต่อระหว่างห้องรับแขกกับห้องครัว รวมถึงยังสามารถเปิดประตูกระจก เพื่อเข้าสู่สวนข้างบ้านได้ ห้องน้ำชั้นล่าง ออกแบบไว้ใต้บันได เป็นห้องน้ำรับแขกที่มุ่งเน้นการใช้สุขาเพียงอย่างเดียว พื้นและผนังตกแต่งด้วยกระเบื้อง เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าวัสดุหินอ่อน แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆใต้บันได แต่ก็ไม่ได้ทำให้ดูอึดอัด

ชั้นสองของตัวบ้าน ออกแบบให้มีช่องกระจกทรงสูง ทำให้โถงบันไดได้รับแสงสว่าง ผู้อาศัยไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในกลางวัน เมื่อเดินขึ้นมาถึงชั้นสอง  จะมองเห็นประตู 4 บาน ด้านซ้ายห้องนอนเล็ก 2 ห้อง บานกลางห้องอาบน้ำรวม แล้วก็ขวามือ ห้องนอนขนาดใหญ่มีห้องสุขาใน 

การตกแต่งภายในทางโครงการนี้เลือกห้องนอนเล็กหนึ่งห้อง บ้านจัดสรร เอามาประยุกต์เป็นห้องทำงานที่สะดวกสบาย เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกเพียงคนเดียว ซึ่งจะมีผลให้ห้องนอนเล็กอีกห้องเป็นพื้นที่ว่าง โดยฝาผนังข้างในกรุก้อนอิฐ ลงสีสีน้ำเงินเพื่อห้องดูมีมิติห้องจะดูกว้างกว่าการทาสีขาวทั้งผอง จัดบิ้วอินโต๊ะทำงานติดฝาผนังบ้านพร้อมโซฟานั่งพักผ่อน เหมาะสมกับการนอนพักสายตา หรืออ่านหนังสือ

ห้องนอนใหญ่ ออกแบบให้เป็นห้องที่ดูทิวทัศน์ โดยปลายเตียงเป็นหน้าต่างกระจกบานเลื่อน รวมทั้งฝาผนังกระจกเต็มฝาผนัง ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ข้างนอก ขอบหน้าต่างตกแต่งเป็นมุมนั่งพักผ่อน สามารถนอนเล่นอ่านหนังสือได้อย่างเพลิดเพลินเจริญใจ นอกเหนือจากนั้น

ภายในห้องนอนนั้นยังมีห้องสุขาในตัว ข้างหน้าห้องสุขานั้น สามารถตกแต่งเป็นห้องแต่งตัวเล็กๆ สำหรับเก็บเสื้อผ้าได้ ห้องนอนเล็ก กรุฝาผนังหัวเตียงด้วยแผ่นไม้เทียม ตกแต่งเป็นห้องนอนเด็กเหมาะกับวัยรุ่น วัยเรียน เตียงเหล็กขนาดเล็กสำหรับนอนคนเดียว

เสน่ห์ของบ้านสไตล์ทัสคานี

สำหรับเมืองทัสคานี หรือ แคว้นทัสคานีนั้น เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นในด้านงานสถาปัตยกรรมอัน เก่าแก่มากที่มีเอกลักษณ์งดงาม และความไม่เหมือนใคร จนได้รับการยกย่องว่า เป็นดินแดนแห่งความสวยงามที่สุด ของประเทศอิตาลี เพราะด้วยบรรยากาศที่มี การผสมผสานระหว่างอดีต

และปัจจุบันอย่างได้ลงตัวมากๆ ท่ามกลางสีสันของธรรมชาติที่ดูแล้วอบอุ่น ในแบบเมืองชนบท กับบรรยากาศของวิถีชีวิตอันเงียบสงบ จึงไม่แปลกที่ใครหลายๆ คนจะหยิบ นำเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบ Tuscany Style มาแต่งเติมตกแต่งบ้านที่แสนรักให้กลายเป็นสถานที่ในฝันกันอย่างแพร่หลาย

ลักษณะเด่นที่สุด ของบ้านสไตล์ทัสคานี ที่นิยมนำมาใช้ในการตกแต่งบ้านนั้น คือการออกแบบ บ้านด้วยหลังคาบ้านทรงปั้นหยา หรือทรงจั่ว แบบลาดชันน้อย ในส่วนของรูปทรงบ้าน จะมีการออกแบบบ้าน เป็นทรงสี่เหลี่ยมเรียบง่าย ซึ่งมีทั้งแบบบ้านทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบบบ้านแบบบ้านสวยแต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายใน

ในส่วนของประตู หน้าต่าง หรือตามโถงบ้านทางเดินต่างๆ จะนิยมออกแบบตกแต่งเป็นรูปทรงซุ้มโค้งอ่อนช้อยสวยงาม ทั้งบริเวณภายในบ้าน และพื้นที่นอกบ้าน วัสดุที่ใช้สำหรับการตกแต่งผนังของบ้าน หรือพื้นทางเดินส่วนใหญ่จะนิยมใช้อิฐ และหิน เป็นส่วนประกอบหลักของตัวบ้าน แต่งบ้านตกแต่งบ้านตกแต่งภายใน นอกจากนี้ยังมีการเน้นผิวสัมผัสอันแท้จริง จากธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด โทนสีที่เลือกใช้เป็นโทนสีอ่อนอย่าง สีเหลือง สีครีม

หากต้องการตกแต่งภายในบ้านให้มีความทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายในแบบทัสคานีไว้ ก็จะสามารถเลือกใช้เพียงโทนสี ที่เป็นเอกลักษณ์เด่นอย่าง สีส้ม สีเหลือง หรือโทนสีน้ำตาลจากดินเผามาใช้ในการตกแต่งบ้าน ถ้าเป็นมุมห้องน้ำก็สามารถเลือกใช้กระเบื้องปูพื้น ผนังที่มีโทนสีอมส้มน้ำตาล

พร้อมนำวัสดุตกแต่ง ที่มีความเป็นธรรมชาติ ประเภทงานไม้ มาประยุกต์ใช้ด้วยกัน ก็จะช่วยทำให้บรรยากาศภายในห้องน้ำหรือพื้นที่อื่นๆ ของบ้านสวยงาม ทันสมัย แต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นทัสคานีไว้อย่างลงตัว

การเลือกบ้านชั้นเดียว หรือบ้านสองชั้น แตกต่างกันอย่างไร

บ้านชั้นเดียว

  1. เหมาะกับครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ และผู้ที่นั่งวีลแชร์ เพราะห้องต่างๆ และพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ถูกรวบรวมไว้ครบในชั้นเดียว ทำให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของเรามีคุณภาพชีวิตดีขึ้น ไม่ต้องปวดเมื่อยหรือเสี่ยงกับอุบัติเหตุจากการขึ้นลงบันได นอกจากนี้ ผู้ที่นั่งวีลแชร์ยังสามารถ ไปยังห้องต่างๆ เองได้ง่าย ช่วยให้เขาไม่อึดอัดและรู้สึกพึ่งพาตัวเองได้
  2. ใช้งบน้อยกว่า เมื่อเทียบกับ บ้านสองชั้น ที่มีพื้นที่เท่ากัน บ้านชั้นเดียวจะมีราคาโครงสร้างถูกกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด
  3. สะดวกในการขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ เพราะไม่ต้องลำบากยกเฟอร์นิเจอร์ขึ้นบันไดไปยังชั้นบนบ้าน จึงช่วยทุ่นแรงได้มากสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ หรือกับผู้ที่อาศัยอยู่บ้านคนเดียว และยังช่วยลดโอกาสที่เฟอร์นิเจอร์จะชำรุดเสียหายระหว่างเคลื่อนย้าย
  4. ดูแลรักษาง่าย บ้านชั้นเดียว ทำความสะอาด และบำรุงรักษาได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะกับส่วนภายนอกบ้าน อาทิ ซ่อมหลังคา หรือทาสีบ้านใหม่ เพราะไม่ต้องปีนบันไดสูงเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง
  5. ตกแต่ง/ต่อเติมพื้นที่ง่าย เพราะโครงสร้างบ้านชั้นเดียวไม่ซับซ้อน จึงออกแบบและดัดแปลงพื้นที่ได้สะดวกกว่า

ข้อด้อยของบ้านชั้นเดียว

  1. ความร้อนภายในบ้าน เพราะเพดานทุกห้องอยู่ติดกับหลังคาโดยตรง ไม่มีชั้นบนช่วยกระจายความร้อน ความร้อนจึงแผ่เข้ามาภายในบ้านได้ง่ายกว่าบ้านสองชั้น จึงต้องป้องกันโดยติดฉนวนกันความร้อนและแผ่นสะท้อนความร้อน หรือเลือกใช้กระเบื้องหลังคาที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนได้ เช่น กระเบื้องห้าห่วง ไตรลอนคูล
  2. ความเสียหายจากน้ำท่วม บ้านชั้นเดียวไม่เหมาะกับพื้นที่น้ำท่วมบ่อย เพราะไม่มีชั้นบนให้ขนย้ายทรัพย์สินไปพักไว้ ทำให้ข้าวของในบ้านเสียหายได้ง่าย แต่สามารถป้องกันโดยการยกใต้ถุนให้สูงเหนือระดับน้ำ

ข้อดีของบ้านสองชั้น

  1. เหมาะสำหรับผู้มีพื้นที่สร้างบ้านจำกัด แม้ที่ดินจะมีขนาดเล็ก แต่ได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มอีกเป็นเท่าตัวจากชั้นบนของบ้าน
  2. เหมาะกับครอบครัวใหญ่ บ้านสองชั้นมีพื้นที่ใช้สอยมากและมีการแบ่งชั้นได้ชัดเจนขึ้น จึงสามารถจัดสรรห้องต่างๆ ได้อย่างเป็นสัดส่วน แม้สมาชิกครอบครัวจะมากก็อยู่ได้แบบไม่อึดอัด
  3. มีความเป็นส่วนตัว ห้องที่อยู่ชั้นบน อาทิ ห้องนอน ห้องทำงาน จะไม่ค่อยถูกรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอก ทั้งเสียงและฝุ่นควัน ผู้อยู่อาศัยจึงใช้ชีวิตส่วนตัวได้อย่างสบายใจ และทำงานที่ต้องใช้สมาธิได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
  4. ความปลอดภัย บ้านสองชั้นสามารถช่วยป้องกันอันตรายจากสัตว์เลื้อยคลาน แมลงและโจรผู้ร้ายได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังต้องระมัดระวัง โดยติดตั้งรั้ว และปิดบ้านให้เรียบร้อยอยู่เสมอ

ข้อเสียของบ้านสองชั้น

  1. ใช้งบประมาณในการสร้างมากกว่า โครงสร้างของบ้านสองชั้นนั้น ซับซ้อนกว่าและต้องรับน้ำหนักมากกว่าบ้านชั้นเดียว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงกว่า
  2. ไม่สะดวกสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่นั่งวีลแชร์ บ้านสองชั้นส่วนใหญ่มีห้องนอนอยู่ชั้นบน อาจทำให้ผู้สูงอายุหรือผู้ที่นั่งวีลแชร์ต้องลำบากและเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในการขึ้นลงบันได กรณีนี้จึงควรทำห้องนอนไว้ชั้นล่างด้วย อย่างน้อย 1 ห้อง

อ่านบทความที่หน้าสนใจ :   phuket property บ้านเดี่ยว POOL VILLA บ้านจัดสรร PHUKET VILLA บ้าน  บ้านแฝด

บทความแนะนำ